Story

Love Story#02

posted on 11 Sep 2008 23:13 by sevenarch in Story

ความเดิมตอนที่แล้ว

หลังจากข้าพเจ้าและเพื่อนค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ของโลก สิ่งที่แปด

จึงเกิดแนวคิดเชิงทดลอง บนรากฐานทฤษฏีสัมพันธภาพ

E = Mc2

มีผลยังไงกับบันไดหนีไฟแนวดิ่งสูงเท่าตึก 15 ชั้น?

...
"
เป็นมึง มึงจะลงทางนี้มั้ย ถ้าไฟไหม้หอมึง?"ผมถามเพื่อนรัก
บ็อบบี้มองตาข้าพเจ้าด้วยแววตาละมุนปนเอ็นดูคำถาม
"
กูกระโดดออกหน้าต่างไปเลยดีกว่า เย็นกว่าปล่องเหี้..นั่นเยอะ"
บ็อบบี้ตอบแบบโชว์ความเด็ดเดี่ยว อย่างชายผู้ไม่เคยพ่ายแพ้โชคชะตา
"
มึงคิดว่า พอกระโดดไปแล้วมันจะกลายเป็นขั้วโลกเหนือหรือไง"ข้าพเจ้าสวนกลับแบบแสดงภูมิ
"
มึงจะต้องคิดว่าข้างล่างเป็นทะเลเว้ย จะได้ไม่เจ็บด้วย!!!....เข้าใจมั้ย!!!..."
ข้าพเจ้าภูมิใจในจินตนาการสมเหตุผลของตัวเอง แต่บ็อบบี้มีอาการครุ่นคิด มึนงง
....
...."
แล้วถ้าเป็นมึงหล่ะ?" บ็อบบี้รีบยิงคำถามคุมเชิง
คำถามแบบระยะประชิด ทำเอาแทบไม่ทันตั้งตัว แต่ยังไม่เท่าปฏิภาณ
"
ไฟมันไหม้หอมึง กูไปเกี่ยวอะไรด้วย" "เดี๋ยวเย็นนี้กูก็กลับแล้ว"
บ็อบบี้มึนงงอีกครั้ง แต่สติดีไม่ปล่อยให้พวกเราไร้สาระกันอีกต่อไป
"
กูว่ามึงรีบปิดกลับมาเหอะหว่ะ น่ากลัวชิบหาย....." บ็อบสั่ง
ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อเพื่อน ข้าพเจ้าโน้มตัวเอามือจับบานประตูที่สวิงออกไปไกลแล้ว
แต่ไม่ลืมที่จะเอามืออีกข้าง เกาะจิกไว้กับขอบวงกบเป็นการนิรภัย...
...
โศกนาฏกรรมอนาถจึงบังเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
บานพับประตูตัดความสัมพันธ์กับตัวบานประตูเอาเสียดื้อๆ
อาจเป็นเพราะคบหากันมานานพอๆกับอายุตึกหลังนี้
จะมาเลิกรากันก็อีตอนมาพานพบ ข้าพเจ้าและบ็อบบี้เพื่อนรักนี้ซะอย่างงั้น
บานประตูชิงฉีกตัวออกจากบานพับ ปันใจให้ชายอื่นอย่างออกหน้า
ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหนไกล "
มันหลงรักข้าพเจ้า!!!"
เพราะมือจับแบบหูหม้อข้าว ยังติดคาอยู่ที่มือของข้าพเจ้านั่นเอง
"
เฮ้ย!!!!..." บ็อบบี้และข้าพเจ้าอุทานพร้อมกัน
สำหรับข้าพเจ้าอยากจะใช้คำว่า "
กรี๊ดด!!!" ลืมเพศมันไปซะเดี๋ยวนั้น
แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่คนใจง่ายอะไร อย่างที่เจ้าบานประตูนั้นคาด
พ่อแม่ก็มีสอนมาบ้าง เรื่อง"
การรักนวลสงวนตัว"และ"การรักตัวกลัวตาย"...
...
รีบสะบัดรัก สะบัดมือ ออกจากบานประตูแปลกหน้าที่ยังไม่ได้คบหาดูใจ
ความรักหลงเพียงชั่วพริบตานี้ สะเทือนใจเจ้าบานประตูยิ่งนัก
จึงกระโดดปล่องหนีไฟ พ่ายรัก ชิงฆ่าตัวตายในบัดเดี๋ยวนั้นเอง
ไม่ทันที่ข้าพเจ้าจะมีคำอธิบายอันใด เสียงกรีดร้องก็ตามมา
"
ครูดดดด....ๆๆๆ คุดๆๆๆ คึกๆๆ....โครม!!!!"
ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโคลัมบัส ปรากฎผลทันที
พลังงานประตูหล่น กลายเป็น พลังงานเสียงกึกก้องไปทั้งหอพัก
...
ไร้คำเอื้อนเอ่ยอันใดจากเพื่อนที่ยืนตาค้างจับจ้องเจ้าบานพับรักคุดและข้าพเจ้า
"
เอ่อ...บ็อบบี้"
"
ที่ห้องกูน้ำปลาหมด...กูไปซื้อน้ำปลาไปฝากห้องกูก่อนนะ"
ประโยคอมตะของพี่อู้ด ที่เอาตัวรอดในสถาณการณ์ฉุกเฉิน
ข้าพเจ้าสร้างคำอมตะแหวกความเงียบหลังโศกนาฏกรรมอนาถอันยิ่งใหญ่นี้ ลองดู
แล้วรีบเก็บของ ใส่รองเท้า เร่งออกจากตึกของเพื่อนรักไปโดยพลัน
ปล่อยให้บ็อบบี้ เคลียร์กับฝ่ายนิติฯของอาคารเป็นการภายใน ในภายหลัง
โดยถือหลักไม่ยุ่งเรื่องของคนในตึกเดียวกัน
เราอยู่ตึกอื่น เราก็รีบกลับดีกว่า อย่ารบกวนเค้านานเลย จะเสียมารยาท
...
ข้าพเจ้ามิได้หันไปสบตาบ็อบบี้เพื่อนรัก ตั้งแต่ตอนเริ่มใส่รองเท้าแล้วเดินจากมา
แต่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดีด้วยเสียงแซ่ซ้องไล่หลัง สะท้อนมาตามทางเดิน

....
"
ไอ้ ไอ้ ...ไอ้ แสดดดดดด!!!" เสียงของลมพัดไหว ของบ็อบบี้ (ข้าพเจ้าคิด)

....
แล้วจากมาด้วยความเพลิดเพลินเจริญใจ...
ไม่เสียทีเป็นวันหยุดที่เร้าใจ.........เอยฯ

...

edit @ 11 Sep 2008 23:14:41 by we are elephant girls

Love story#01

posted on 26 Aug 2008 03:08 by sevenarch in Story

หลังจากพวกคนบ้าปั่นกระทู้จนครบ 200
เลยต้องมาถ่างตาเขียนเรื่องที่รับปากเอ้าไว้ ตามคำสัตย์....

เรื่องยาวขอบอก...

....
ณ คอนโดสุดอลังฯของ บ็อบบี้
(ลูกชายคนโตของกำนันแหนบทองคำ โอลิมปิค)
เนื่องจากเสาร์-อาทิตย์ ของข้าพเจ้ามักเป็นวันหยุดที่แสนเบื่อหน่ายอยู่เป็นประจำ
การอยู่ห้องแล้วไม่มีอะไรทำ จะพาลให้คิดแต่เรื่องสัปดน(นั่งกัดเล็บ เป็นต้น)
เลยมาขอนอนเล่น กับเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เต็มระบบที่ห้องของบ็อบบี้เพื่อนรัก
ทั้งเครื่องเสียงเรือนแสน เครื่องดนตรีเต็มวง(โปงลาง) และอาหาร(ฟรี)
....(วงเล็บ เยอะมาก.....(ทำไม?)...แต่ก็เยอะต่อไป...)....
...
ลมโชยพัดเย็นทะลวงประตูหน้า ออกประตูหลัง อย่างคล่องแคล่ว
เราได้ยินเสียงบานประตูเหล็ก"ห้องลับ"ของบ็อบบี้ ข้างประตูใหญ่ทางเข้า(ลับมาก)
(ต้องบอกก่อนว่าห้องบ็อบบี้เป็นห้องริมสุดของชั้น 13 จึงมีห้องพิเศษกว่าใคร)
เดชะบุญ...ผู้หญิงหุ่นงาม นางหนึ่ง มาแอบเปิดประตูนั้นอย่างโครมคราม โจ๋งครึ่ม
"แอ๊ดดดด.....ครึกๆๆๆๆ...โครมมมม!!!...."

....
กางเกงขาสั้นแนวสปอร์ต มีแถบแหวกข้าง กับเสื้อกล้ามรัดตึง เว้าหน้าลึก

ชวนสายตาให้มองมากกว่าเสียงอึกทึกอันนั้น หลายขุม
สายตาแป๋วๆของพวกเราทั้งคู่ เล็งไปในทิศทางเดียวกัน
เสมือนจะทะลวงเป้าให้แหลกลาน ม้วยมอดมรณาอยู่ตรงหน้าประตู อย่าไปไหน
หลังจากที่เธอทิ้งขยะ ตรงปล่อง(ประตูลับของบ็อบบี้)ของคอนโดชั้น 13
เสร็จแล้ว เธอก็จากไปอย่างอ้อยอิ่ง อาวรณ์ฯ....

...
สายตาพวกเราค้างอยู่อย่างนั้น แล้วละไปทีละคูู่่ ตามความสนใจลำดับถัดไป
ข้าพเจ้าน่าจะเป็นคนสุดท้าย ที่ยังคงสายตาเอาไว้
และคิดสัปดนตามประสาวันหยุด ไปหยุดอยู่ที่"บานประตูลับอีกบาน" "ที่ค้นพบใหม่"
มันดูเหมือนบานประตูธรรมดาๆ สีลอกเลือนตามอายุตึกหลังนี้
แต่ทว่า มันถูกพัธนาการแน่นหนา ด้วยลวดไม้แขวนเสื้อพันสองตลบ
ชวนให้สงสัยความเร้นลับที่ซ่อนอยู่หลังประตู
...
ก็อย่างว่า วันหยุด....ไม่มีอะไรทำ
การมีอะไรท้าทายความสามารถ และปลดเปลื้องจริตวิตกเบื้องหน้า
ย่อมเป็นอะไรที่น่าภิรมย์กว่าการรอดู "ระเบิดเถิดเทิง"ตอนบ่ายสอง
สาวท้าว สองก้าวเข้าประชิดประตูคร่ำครึนั้นในบัดดล

...
"ข้าพเจ้าจะเป็นผู้ปลดพันธนาการแก่เจ้า ให้ได้บัดเดี๋ยวนี้.....แท๊น..แทนนนน"
อารมณ์บรรเจิดประมาณเจ้าชายละอ่อนถอนกระบี่จากก้อนหิน
บรรจงแกะลวดไม้แขวนเสื้อสองตลบนั้นออกอย่างภาคภูมิ........
...

พลันภาพแห่งความลี้ลับ คลี่ฉายแสงบรรเจิดอยู่เบื้องหน้า....

"แม่เจ้า!!!....(แม่งเอ๊ย!!!จะเหมาะสมกว่า)"
"สิ่งมหัศจรรย์สิ่งที่แปดของโลก หลบอยู่หลังประตูบานนี้นี่เอง....!!!"
"บ๋อบบี๊(Bobby)!!!!...คลำมอญ(Come on)!!!"ร้องเรียกเพื่อนเหมือนกระเทยแต๋วแตก
"ซี่อิฐ ซี่อิฐ(see it!!)มาดูเร็ว"....บ็อบบี้คลืบคลานมาไวแบบหมาแก่
"ชะอุ๊ย...ไหมกรอด(My God)"บ็อบอุทานแบบฝรั่ง พร้อมกุมมือแนบหน้าอก
เขย่งขา โยกตัวถอยหลัง ตามสไล์อเมริกันชน
"
อา ยูน เคย ซี่ บัก พอน"(Are you crazy Bug Paul?)
เพื่อนๆมักเรียกข้าพเจ้า ทำนองแมลงน้อย น่าเอ็นดู...

...

ติดตามตอนต่อไป....To be continue...

(จริงๆเขียนจบกาพย์แรกไปแล้ว แต่เล็งเห็นว่ายาวเกิน จึงทะยอยลงเพื่อความบันเทิง...)

edit @ 26 Aug 2008 20:54:07 by we are elephant girls